This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

วันอังคารที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566

การนำเสนอพันธ์ุจากสวนพฤกศาสตร์ โรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง

7-10210-010-034/30

7 คือ รหัสกิจกรรมสร้างจิตสำนึก
10210 คือ รหัสประจำไปรษณีท้องถิ่นของโรงเรียน
010 คือ รหัสสมาชิกสวนพฤกศาสตร์ของเเต่ละท้องที่
034 คือ รหัสในการขึ้นทะเบียนพันธุ์ไม้โรงเรียนลำดับที่ 34 ต้นประดู่บ้าน
/30 คือ มี 30 ต้นในโรงเรียน

ต้นประดู่บ้าน


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pterocarpus indicus Willd

วงศ์ : leguminosae papilionaceae หรือ วงศ์ถั่ว

ถิ่นที่อยู่ : ประดู่ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในออสตราเลเซียตอนเหนือ, หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตก, ติมอร์-เลสเต, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย,ฟิลิปปินส์, หมู่เกาะรีวกีว, หมู่เกาะโซโลมอน, เวียดนาม และภาคใต้ของไทย โดยมีการนำไปปลูกในภูมิภาคอื่น ของไทยในภายหลัง

ลักษณะของต้นประดู่บ้าน :
ต้นประดู่บ้าน เป็นพรรณไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศมาเลเซีย และอยู่ในแถบอันดามัน มัทราช เบงกอลส่วนอีกข้อมูลระบุว่า มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียต้นประดู่จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นมีความสูงประมาณ 20-25 เมตร หรืออาจสูงกว่า จะผลัดใบก่อนการออกดอก แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่มกว้าง และปลายกิ่งห้อยลง เปลือกลำต้นหนาเป็นสีน้ำตาลเทา แตกหยาบ ๆ เป็นร่องลึก ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการปักชำกิ่ง เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ต้องการน้ำปานกลาง เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ชอบแสงแดดจัด มักพบขึ้นตามป่าเบญจพรรณทางภาคใต้ สามารถปลูกได้ทั่วไป


ใบประดู่บ้าน ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกรวมกันเป็นช่อ ๆ ใบออกเรียงสลับ แต่ละช่อจะมีใบย่อยประมาณ 7-13 ใบ ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปมนรี รูปไข่ หรือรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือค่อนข้างแหลม ส่วนขอบใบเรียบไม่มีหยัก ใบมีขนาดกว้างประมาณ 3-6 เซนติเมตร และยาวประมาณ 4-13 เซนติเมตร แผ่นใบหนาเป็นสีเขียว ผิวใบมีขนสั้น ๆ ปกคลุมด้านท้องใบมากกว่าด้านหลังใบ ก้านใบอ่อนมีขนขึ้นปกคลุมเล็กน้อย เส้นแขนงใบถี่โค้งไปตามรูปใบ เป็นระเบียบ โคนก้านใบมีหูใบ 2 อัน ลักษณะเป็นเส้นยาว


ดอกประดู่บ้าน ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะ โดยจะออกบริเวณซอกใบหรือที่ปลายกิ่ง โคนก้านมีใบประดับ 1-2 อัน ลักษณะเป็นรูปรี กลีบเลี้ยงดอกมี 5 กลีบ ติดกันเป็นถ้วยสีเขียว ปลายแยกเป็นแฉก 2 แฉก แบ่งเป็นอันบน 2 กลีบติดกัน และอันล่าง 3 กลีบติดกัน ส่วนกลีบดอกมี 5 กลีบ สีเหลืองแกมแสด ลักษณะของกลีบเป็นรูปผีเสื้อ ดอกมีเกสรเพศผู้ 10 อัน ก้านชูอับเรณูติดกันเป็น 2-3 กลุ่ม ส่วนเกสรเพศเมียมี 1 อัน ดอกมีกลิ่นหอมแรง จะบานและร่วงพร้อมกันทั้งต้น โดยจะออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน


ผลประดู่บ้าน ผลเป็นผลแห้งแบบ samaroid ลักษณะของผลเป็นรูปกลมหรือรีแบน ที่ขอบมีปีกบางคล้ายกับใบโดยรอบคล้าย ๆ จานบิน แผ่นปีกบิดและเป็นคลื่นเล็กน้อย นูนตรงกลางลาดไปยังปีก ผลมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-7 เซนติเมตร ส่วนบริเวณปีกยาวประมาณ 1-2.5 เซนติเมตร ที่ผิวมีขนละเอียด ตรงกลางนูนป่องเป็นที่อยู่ของเมล็ด โดยภายในจะมีเมล็ดอยู่ 1 เมล็ด เมล็ดมีความนูนประมาณ 5-8 มิลลิเมตร ผลอ่อนเป็นสีเขียวแกมเหลือง เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน ผิวสัมผัสขรุขระเมื่อผลแก่ ส่วนเมล็ดมีลักษณะคล้ายกับเมล็ดถั่วแดง ผิวเรียบสีน้ำตาล ยาวประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร


การปลูกเลี้ยง : ประดู่บ้านต้องการแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง ต้องการปริมาณน้ำปานกลาง ชอบดินร่วนซุย ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด นิยมปลูกริมถนนเพราะกิ่งทอดลงห้อยย้อยสวยงาม

การใช้ประโยชน์ :
-ปลูกเป็นต้นไม้ประดับริมถนน เช่น ในกรุงเทพมหานคร
-ประดู่บ้านสะสมแคดเมียมได้ 470 µg/g เมื่อปลูกแบบไร้ดิน (hydroponics)
-ไม้ใช้ทำสิ่งปลูกสร้าง เครื่องมือเครื่องใช้
-เปลือกให้น้ำฝาดสำหรับฟอกหนัง ให้สีน้ำตาลสำหรับย้อมผ้า แก่นให้สีแดงคล้ำสำหรับย้อมผ้า

ชื่อเรียกตามท้องถิ่น :
-ดู่บ้าน (ภาคเหนือ)
-ประดู่บ้าน, ประดู่กิ่งอ่อน, ประดู่อังสนา, อังสนา (ภาคกลาง)
-สะโน (มลายู-นราธิวาส)

ข้อมูลที่มาของบทความนี้
-wikipedia
-medthai